มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันภาคเหนือ  

อังคาร, 29 มกราคม 2556 10:07

     

 

 

นายสุภัทร สุปรียธิติกุล ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 จ.เชียงใหม่กล่าวว่ากรมส่งเสริมการเกษตรได้มอบหมายให้จัดตั้งศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษจากหมอกควันภาคเหนือ เพื่อห้ามการเผาโดยเด็ดขาดในพื้นที่การเกษตร ในช่วงวิกฤต 80 วันอันตราย ระหว่างวันที่ 21 มกราคม – 10 เมษายน 2556

ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษจากหมอกควันภาคเหนือ ได้วางแผนร่วมกับสำนักงานเกษตรจังหวัด 9 จังหวัดเป้าหมาย ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่านและตาก กำหนดมาตรการร่วมกันเพื่อดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันในภาคเหนือ 9 มาตรการ ดังนี้

1.ห้ามเผาป่า วัสดุเหลือใช้การเกษตร ขยะและวัชพืช ในช่วงวิกฤต 80 วันอันตราย ระหว่างวันที่ 21 มกราคม – 10 เมษายน 2556

2. จัดระเบียบการเผาในแต่ละจังหวัดตามจำนวนพื้นที่ ที่ได้รับการจัดสรรในช่วง 80 วันอันตราย

3. การป้องกันการเกิดไฟป่าอย่างเข้มข้น

4. สนับสนุนให้มีชุมชนมาตรฐานหมู่บ้านปลอดการเผา

5. ส่งเสริมภาคเอกชนและภาคีเครือข่ายเข้าร่วมการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษจากหมอกควัน

6. การสื่อสารประชาสัมพันธ์เชิงรุกสู่กลุ่มเป้าหมาย

7. การแจ้งเตือนสถานการณ์หมอกควัน

8. ขยายความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อลดปัญหาหมอกควันข้ามแดน

9. จัดตั้งศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษจากหมอกควันภาคเหนือตอนบน(ศปม.)

จากมาตรการดังกล่าว ในช่วงวิกฤต 80 วันอันตราย ระหว่างวันที่ 21 มกราคม – 10 เมษายน 2556 สำนักงานเกษตรจังหวัด จะรายงานสถานการณ์ให้ ศปม. ทุกวันศุกร์และทาง ศปม. จะรวบรวมสรุปผลและประเมินสถานการณ์ให้กรมส่งเสริมการเกษตรทุกวันจันทร์ เพื่อดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษจากหมอกควันในระดับประเทศต่อไป

ผลเสียของการเผาตอซังและเศษเหลือวัสดุการเกษตร

การเผาตอซังข้าวและเศษเหลือวัสดุการเกษตร เพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับทำนาหรือเตรียมการเพาะปลูกพืชนั้น ทำให้โครงสร้างของดินเปลี่ยนแปลงไป อนุภาคของดินจับตัวกันแน่นและแข็ง ทำให้รากพืชแคระแกร็น ไม่สมบูรณ์และอ่อนแอ การหาอาหารลดลง เชื้อโรคพืชสามารถเข้าทำลายได้ง่าย นอกจากนี้แล้วอินทรียวัตถุและธาตุอาหารในดิน เมื่อถูกเผาจะสูญเสียไป อีกทั้งเป็นการทำลายจุลินทรีย์และแมลงที่มีประโยนช์ต่อพืช เกิดความไม่สมดุลต่อระบบนิเวศน์ทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคและศัตรูพืชได้ง่ายขึ้น รวมทั้งการสูญเสียน้ำในดินทำให้ความชื้นของดินลดลงและที่สำคัญเกิดปัญหาหมอกควันที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน สิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยวและสภาวะโลกร้อน

ดังนั้นจึงขอให้เกษตรกร งดการเผาตอซังข้าวและเศษเหลือวัสดุการเกษตร โดยให้นำวัสดุดังกล่าวมาปรับปรุงบำรุงดิน โดยการไถกลบตอซังร่วมกับการใช้น้ำหมักชีวภาพเพื่อเป็นปุ๋ยอินทรีย์ ลดการใช้ปุ๋ยเคมีและลดต้นทุนการผลิต หรือจะนำมาทำเป็นปุ๋ยหมักเพื่อเพิ่มผลผลิตพืชได้ สนใจติดต่อสำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่

 
     
 

สงวนลิขสิทธิ์ ©2011
สำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 จังหวัดเชียงใหม่

13 ถนนอารักษ์ ซอย 5 ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50200